มาตรฐานการผลิตโคมไฟฟ้า (Lighting Fixture) มีอะไรบ้าง? ต้องทดสอบอะไร ใช้เครื่องมือใด และค่าเท่าไหร่ถึงผ่าน

มาตรฐานการผลิตโคมไฟฟ้า (Lighting Fixture) มีอะไรบ้าง? ต้องทดสอบอะไร ใช้เครื่องมือใด และค่าเท่าไหร่ถึงผ่าน

ในอุตสาหกรรมการผลิตโคมไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ LED, โคมไฟติดเพดาน, โคมไฟถนน, Flood Light หรือโคมไฟสำหรับงานอุตสาหกรรม ผู้ผลิตจำเป็นต้องออกแบบและทดสอบผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านไฟฟ้าและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าดูด ไฟไหม้ และสามารถขอการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มอก., CE หรือ UL ได้

มาตรฐานสากลที่ใช้อ้างอิงสำหรับโคมไฟทั่วโลกคือ IEC 60598 ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนดด้านการออกแบบ การทดสอบ และความปลอดภัยของโคมไฟทุกประเภท


IEC 60598 คืออะไร?

IEC 60598 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับโคมไฟ (Luminaires) ที่พัฒาโดย International Electrotechnical Commission (IEC) ซึ่งกำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสำหรับโคมไฟที่ใช้งานกับแรงดันไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 1,000V โดยครอบคลุมทั้ง

  • การป้องกันไฟฟ้าดูด
  • ความแข็งแรงทางกล
  • การป้องกันอันตรายจากความร้อน
  • การเดินสายภายใน
  • การต่อลงดิน
  • การป้องกันฝุ่นและน้ำ
  • ความปลอดภัยทางชีวภาพของแหล่งกำเนิดแสง

โดยมาตรฐานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

IEC 60598-1

ข้อกำหนดทั่วไปและวิธีทดสอบโคมไฟทุกปรเภท

  • การป้องกันไฟดูด
  • ความแข็งแรงทางกล
  • ความร้อนสะสม
  • การเดินสายภายใน
  • การต่อลงดิน
  • การทนไฟ
  • IP Rating

IEC 60598-2

ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับโคมไฟแต่ละชนิด เช่น

  • โคมติดผนัง
  • โคมติดเพดาน
  • โคมฝังฝ้า
  • โคมไฟถนน
  • Flood Light
  • Portable Lamp

การทดสอบสำคัญสำหรับการผลิตโคมไฟ

1. Ground Continuity Test

เป็นการตรวจสอบความต่อเนื่องของวงจรสายดินเบื้องต้น
วัตถุประสงค์

เช่นตรวจสอบว่า

  • สายดินต่อถึงกันหรือไม่
  • ไม่มีสายขาด
  • มีการเชื่อมต่อระหว่างขั้ว PE และตัวถัง

กระแสทดสอบ

โดยทั่วไป

  • 200 mA
  • 1 A

ค่า Pass

  • ต่ำกว่า 1 Ω
  • หรือค่าตามที่โรงงานกำหนด

เครื่องมือที่ใช้

  • Digital Multimeter
  • Continuity Tester
  • Electrical Safety Tester

 เช่น

  • SCI 296
  • SCI 297
  • SCI 298

เหมาะสำหรับ

✅ Incoming Inspection

✅ Assembly Check

✅ Final QC เบื้องต้น

 


2.Ground Bond Test (Protective Earth Resistance Test)

เป็นการทดสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยผลิตภัณฑ์

วัตถุประสงค์

จำลองสถานการณ์เมื่อเกิดไฟรั่ว

ระบบสายดินจะต้องสามารถนำกระแสขนาดใหญ่ไหลผ่านได้โดยไม่เกิด

  • ความร้อน
  • จุดต่อไหม้
  • แรงดันตกคร่อมสูง

กระแสทดสอบ

ปกติ

  • 10 A
  • 25 A
  • 30 A

บางมาตรฐานอาจสูงกว่า

ค่า Pass

โดยทั่วไป

≤ 0.1 Ω

หรือ

≤ 100 mΩ

เครื่องมือ

  • Ground Bond Tester
  • Electrical Safety Tester

ตัวอย่าง

  • SCI 264
  • SCI 266
  • SCI 446
  • SCI 448

Ground Bond Test เป็นการทดสอบที่เข้มงวดกว่า Ground Continuity Check มาก และเป็นการทดสอบที่ห้อง Lab และมาตรฐาน IEC 60598 ใช้อ้างอิงสำหรับความปลอดภัยของโคมไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า

 


3. Insulation Resistance Test (IR Test)

การวัดค่าความเป็นฉนวนระหว่างส่วนที่มีกระแสไฟฟ้ากับตัวถังหรือกราวด์ เพื่อประเมินคุณภาพของวัสดุฉนวน

ค่าอ้างอิงที่นิยม

  • ไม่น้อยกว่า 2 MΩ
  • โรงงานส่วนใหญ่กำหนด ≥ 7 MΩ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

เครื่องมือที่ใช้

  • Insulation Resistance Tester
  • Megger
  • Electrical Safety Teste

ตัวอย่าง

  • SCI 297
  • SCI 448

4. Hipot Test (Dielectric Strength Test)

การจ่ายแรงดันไฟฟ้าสูงกว่าการใช้งานจริงเพื่อทดสอบว่าฉนวนสามารถทนต่อแรงดันสูงได้โดยไม่เกิด Breakdown

การทดสอบนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยของโคมไฟ

ตัวอย่างแรงดันทดสอบ

โคมไฟ Class I

  • 1,500 VAC
  • ระยะเวลาทดสอบ 60 วินาที

โคมไฟ Class II

  • 3,000 VAC
  • ระยะเวลาทดสอบ 60 วินาที

เครื่องมือที่ใช้

  • Hipot Tester
  • Electrical Safety Tester

เช่น

  • SCI 296
  • SCI 297
  • SCI 446
  • SCI 448

5. Leakage Current Test

การวัดกระแสไฟฟ้าที่รั่วจากวงจรภายในมายังตัวถังหรือส่วนที่ผู้ใช้สัมผัสได้

ค่าอ้างอิง

  • ≤ 0.5 mA สำหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไป
  • บางมาตรฐานของอุปกรณ์ Class I อาจยอมรับได้ถึง 3.5 mA

เครื่องมือที่ใช้

  • Electrical Safety Tester

6. Temperature Rise Test

การตรวจสอบอุณหภูมิที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานจริง เพื่อประเมินว่าชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำงานภายใต้ขีดจำกัดที่ปลอดภัยหรือไม่

จุดที่ตรวจสอบ

  • LED Module
  • LED Driver
  • ขั้วต่อสายไฟ
  • ตัวเรือนโคม
  • พลาสติกและวัสดุฉนวน

เครื่องมือที่ใช้

  • Thermocouple
  • Temperature Data Logger
  • Thermal Camera

ตัวอย่ง

  • Graphtec GL840
  • Fluke TiS Series
  • Keysight DAQ970A

6. IP Rating Test

หากเป็นโคมไฟสำหรับใช้งานกลางแจ้ง จำเป็นต้องทดสอบการป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP Code

ตัวอย่างค่าที่พบได้บ่อย

IP44

  • ป้องกันวัตถุขนาดมากกว่า 1 มม.
  • ป้องกันละอองน้ำจากทุกทิศทาง

IP65

  • ป้องกันฝุ่นอย่างสมบูรณ์
  • ป้องกันน้ำจากการฉีด

IP66

  • ป้องกันน้ำแรงดันสูง

เครื่องมือที่ใช้

  • Dust Chamber
  • Rain Test Chamber
  • Waterproof Test Equipment

—

7. Glow Wire Test

ใช้ตรวจสอบความสามารถในการทนต่อการลุกติดไฟของวัสดุพลาสติกภายในโคมไฟ

อุณหภูมิทดสอบที่ใช้บ่อย

  • 650°C
  • 750°C
  • 850°C

ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดมาตรฐาน

เครื่องมือที่ใช้

  • Glow Wire Tester

โคมไฟ LED ต้องทดสอบ EMC หรือไม่?

คำตอคือ ต้องทดสอบ โดยเฉพาะโคมไฟ LED ที่มี Switching Power Supply หรือ LED Driver ภายใน

การทดสอบประกอบด้วย

  • EMI (Electromagnetic Interference)
  • EMS (Electromagnetic Susceptibility)
  • Harmonics
  • Flicker

มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • CISPR 15
  • IEC 61000-3-2
  • IEC 61000-3-3

เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ไม่รบกวนอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นและสามารถทำงานได้อย่างเสถียร


หากต้องการตั้งไลน์ผลิตโคมไฟ ควรมีเครื่องมืออะไรบ้าง?

สำหรับงาน QC และ Final Inspection ในโรงงาน ผู้ผลิตส่วนใหญ่มักมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

เครื่องมือพื้นฐาน

  • Digital Multimeter
  • Clamp Meter
  • Lux Meter
  • Power Meter

เครื่องมือด้านความปลอดภัยไฟฟ้า

  • Insulation Resistance Tester
  • Ground Bond Tester
  • Hipot Tester
  • Leakage Current Tester

เครื่องมือด้านการทดสอบอุณหภูมิ

  • Thermocouple
  • Data Logger
  • Thermal Camera

เครื่องมือด้านประสิทธิภาพไฟฟ้า

  • Power Analyzer
  • AC Power Source

เครื่องมือที่ได้รับความนิยมในโรงงานผลิตโคมไฟ

หากต้องการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยหลักทั้งหมดในเครื่องเดียว ผู้ผลิตจำนวนมากเลือกใช้

SCI 448

รองรับระบบทดสอบอัตโนมัติสำหรับสายการผลิตปริมาณมาก

รองรับ

  • Ground Bond
  • Ground Continuity
  • AC Withstand
  • DC Withstand
  • IR Test
  • Leakage Current

เหมาะสำหรับ

  • โรงงานผลิตโคมไฟ LED
  • โรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ผู้รับจ้างผลิต OEM

สรุป

การผลิตโคมไฟให้ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมนั้นไม่ได้พิจารณาเพียงความสวยงามหรือความสว่างของแสงเท่านั้น แต่ยังต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้าตามมาตรฐาน IEC 60598 และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น Ground Bond Test, Insulation Resistance Test, Hipot Test, Leakage Current Test, IP Test และ Temperature Rise Test

สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการยกระดับคุณภาพสินค้าและเตรียมความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล การลงทุนในเครื่องมือทดสอบความปลอดภัยไฟฟ้า เช่น Electrical Safety Tester, Power Analyzer และระบบบันทึกอุณหภูมิ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

Royal Work Technology พร้อมให้คำปรึกษาและจัดหาเครื่องมือทดสอบมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมโคมไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้ง Electrical Safety Tester, Power Analyzer, AC Power Source  สำหรับงานวิจัย ห้องปฏิบัติการ และสายการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม.

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำในการเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับงานของคุณ ติดต่อทีมงาน Royalworktechnology ได้เลยวันนี้.

Mail : sales@royalworktechnology.com
Phone : 081-805-4869 

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart

ไม่มีสินค้าในตะกร้า